สรุปจากการอบรม Project Management
สิ่งที่ควรคำนึกในการพัฒนา Project
- Scope ,ยิ่งแคบยิ่งดี
- Time ,ต้องแน่นอน (ส่วนใหญ่จะส่งงานไม่ตรงกำหนดหรอก +555)
- Cost ,ต้องควบคุมให้ดี
การเก็บ Requirement ที่ต้อง
-
ถามลูกค้าว่าทำไมจึงจะนำระบบนี้มาใช้
-
จำเป็นมากน้อยแค่ไหน ถ้านำมาใช้แล้วสามารถแก้ปัญหาหรือเปล่า
-
การให้ Requirement ของลูกค้าจะให้ในทำนองการ ‘บ่น’ มากกว่า เราต้องเป็นฝ่ายแยกแยะเอง
นอกจากนี้มีเรื่องเกี่ยวการทำ CMM และการควบคุมคุณภาพ Software ประโยคที่เน้นย้ำบ่อยก็คือ การทำ software โดยมีการควบคุม version และรู้จัก Backup เสมอๆ
สรุปเทคนิคที่ได้
-
ถ้าจะพัฒนาระบบซะอย่าง การเก็บ Requirement ต้องให้ตรง Scope มากที่สุด รู้จักจัดลำดับความสำคัญของ Requirement (Low – mid – high) ถ้าสูง(ในความต้องการของลูกค้า)ควรทำก่อนเสมอ
-
นำ Requirement มาวิเคราะห์และออกแบบอย่างรอบคอบ แล้วส่งไป coding กระบวนการนี้อาจจะไม่นิ่ง สามารถย้อนกลับไปกลับมาได้ (Requirement – Analyze and Design – Coding ) ควรคิดและทำเผื่อไว้ด้วย เพราะฉะนั้น การ Backup และการควบคุม Version จึงเป็นสิ่งสำคัญ
-
การทดสอบระบบ ควรให้คนที่ไม่ใช่ programmer ทดสอบ ถ้าให้ดีก็ให้ user ทดสอบเลย
-
การส่งมอบงาน ควรส่งเป็นระยะๆ อย่าทำให้เสร็จแล้วส่งที่เลยเดียว เพราะจะเสี่ยงมากและไม่ดี ควรออกรุ่น Beta ให้ทดสอบ และปรับเปลี่ยนจนกว่าจะตรง Requirement
-
การบอกความคืบหน้าของงาน ควรบอกให้ได้เป็นเปอร์เซนต์ และเก็บตังก์เป็นระยะๆ ตามเฟสที่ได้วางเอาไว้ อย่าเก็บตอนหลังเมื่องานเสร็จทีเดียวอย่างเด็ดขาด เพราะจะเสียเปรียบ เช่น หาก Design ระบบเสร็จแล้ว ควรเก็บซะ 40% , ตอนนี้งานดำเนินมา 30% ขอเก็บเงินซะเท่าไรก็ว่าไป
คำคม ภาษานักวางแผน
พึ่งเข้าอบรม Vision Creation ของ ดร.สมใจ ได้คำคมสำหรับการเป็นนักวางแผนที่ดี จำไว้ “ชีวิตต้องวางแผน” คนที่เครียดกับปัญหาส่วนใหญ่คือเป็นคนที่ไม่ชอบวางแผน หรือวางแผนแล้วแต่ว่าห่วย!
นักวางแผนส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจหลักการของคำว่า SWOT ดีพอ แยกแยะได้ดังนี้ SW คือ ภายใน เป็นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเราเอง OT คือ ภายนอก เกี่ยวกับสิ่งต่างๆหรือปัจจัยภายนอกที่มีผล และการเปลี่ยงแปลง (โลกาพิวัฒน์)
การวางแผนแบบ SWOT ให้ดี ต้องศึกษาจาก OT และจึงไปศึกษา SW เพื่อไปให้ถึง Vision และกำหนด Mission ที่เป็นไปได้
Vision = สิ่งที่อยาก(ต้องการ)เป็นในอนนาคต
Mission = สิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ไปถึง Vision
การจะวางแผนให้ดีต้องมี ข้อมูล องค์ความรู้ ในเรื่องนั้นๆ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องมีถึง 100% สำหรับบางคนแค่ 3% ก็เพียงพอแล้ว แผนที่สุดยอดมันอยู่ที่องค์ประกอบสุดท้ายคือ Strategic Thinking พวกทฤษฎีเกมและ Organic Thinking ซึ่งจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่แต่ล่ะบุคคลแล้ว
คำคมที่จะให้ก้าวสู่นักวางแผนที่ดี
“รู้จักแยกแยะ เรื่องอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ แม้บางเรื่องจะสำศัญเท่ากัน แต่ก็ต้องมีเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องบางนิดๆ เพราะน้ำหนักของแต่ละเรื่องมีความสำคัญไม่เท่ากัน แม้จะต่างกันแค่ 0.5% ก็ตาม”